วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บทที่ 5 รู้จักกับโปรแกรมแฟช


บทที่ 5 รู้จักกับโปรแกรม Flash


1.    Flash คืออะไร
Flash เป็นซอฟต์แวร์ ที่ใช้สร้างชิ้นงานกราฟิกที่พบเป็นส่วนมากบนเว็บไซด์ต่าง ๆ และสามารถพบชิ้นงาน Flash บน เกมส์  สื่อโฆษณาบนเว็บไซต์ อินเตอร์เฟสต่าง ๆ ที่อนุญาตให้มีการโต้ตอบกับผู้ใช้
2.    ความสามารถของ Flash
สร้างชิ้นงาน Interactive
มีส่วนตอบสนองกับผู้ใช้  เช่น ผู้ใช้สามารถคลิกเลือกเมนูต่าง ๆ ได้ นำไปประยุกต์เป็นสื่อการสอน   ( E- Learning ) หน้าจอควบคุมการทำงานต่าง ๆ สื่อโฆษณา                  ( Banner ) บนเว็บไซต์ การ์ตูนแอนิเมชันต่างๆ เป็นต้น
สร้างชิ้นงาน Animation
จุดเด่นของการทำงานในโปรแกรม Flash คือการสร้าง Animation หรือ ภาพเคลื่อนไหว มีเครื่องมืออำนวยความสะดวก ทำให้โปรแกรม Flash สร้างผลงาน Animation ได้ง่าย
สร้างเว็บไซต์ [ Website ]
โปรแกรม Flash สามารถสร้างเว็บไซต์ได้สวยงาม และสร้างลูกเล่นต่าง ๆ ได้ง่าย
มีจุดอ่อนคือ เว็บไซต์ที่สร้างด้วยโปรแกรม Flash แก้ไขข้อมูลได้ยาก และขนาดของไฟล์เว็บไซต์ค่อนข้างใหญ่
สร้างเกมส์ [ GAME ]
FLASH มีเครื่องมือช่วยสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เกมส์มีความสวยงาม มีเครื่องมือสำหรับสร้างคำสั่งควบคุมการเล่นเกมส์ อีกทั้งไฟล์เกมส์ที่สร้างออกมามีขนาดเล็ก ทำให้อัพโหลดสู่เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว
หมายเหตุ
สำหรับเอกสารนี้ จะนำเสนอแต่ การสร้างงาน Interactive และ Animation ซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่ในลักษณะต่าง ๆ และใช้เป็นฐานในการสร้างเว็บไซด์ และเกมส์ได้
3.       จุดเริ่มต้นใช้งานโปรแกรม Flash บน PC
ทำการติดตั้ง โปรแกรม และเรียกใช้
Start➪All Programs➪Adobe Flash Professional CS5.

4.       ส่วนต่อประสานของ Flash
Startup Screen
ภาพที่ 1.1  หน้าต่างเริ่มต้น
หากไม่ต้องการหน้าต่างนี้ปรากฏทุกครั้งที่เริ่มใช้งาน ให้กาเลือกที่กล่อง Don’t show again
สภาพแวดล้อม
ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (user interface) ของFlash มีหลายลักษณะ ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดตามความถนัดของตนเอง ในที่นี้รียกส่วนแสดงและแก้ไขชิ้นงานว่าเวที (Stage)
ภาพที่ 1.2  สภาพแวดล้อมของโปรแกรม
5.         การใช้เครื่องมือ
แผง (Panel) เครื่องมือต่าง ๆ
เป็นส่วนที่ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือ และกำหนดค่าของวัตถุ ส่วนใหญ่จะปรากฏในลักษณะยึดติด (dockable) กับหน้าต่างงาน ที่บริเวณกลุ่มของคุณสมบัติวัตถุที่เรียกใช้ ผู้ใช้สามารถเคลื่อนย้าย หรือปิดแผงงานเหล่านี้ ด้วยวิธีการเดียวกับการจัดการวัตถุบนหน้าต่างงาน ตัวอย่าง เช่น การย้ายแผงวัตถุ โดยการคลิกและลากบริเวณTitlebar คลิกปุ่ม Close เพื่อปิดแผงวัตถุหนึ่ง ๆ
 ภาพที่ 1.3 Icon Panel                 ภาพที่ 1.4 ขยายIcon ด้านซ้าย
Properties Inspector
เป็นส่วนอธิบายลักษณะของวัตถุบนเวที
VI.       เมนู
ชื่อเมนู
การใช้งาน
FILE
Open & close files, save files, import & export files, print, publish movies for the Web, send a movie via e-mail, & quit Flash.

Edit

undo & redo
Cut, Copy, Paste
delete, duplicate, select, deselect,
find & replace;
copy & paste entire frames & motions on the Timeline; edit symbols; set preferences
; customize the Tools panel; map fonts; & create keyboard
shortcuts for comm&s
View
Zoom in & out; show or hide the ruler, grid, & guides; choose a preview mode; & specify snapping preferences for objects for easy placement.
Insert
Insert symbols ;
insert and delete Timeline features,
insert layers; add scenes
Modify
Modify symbols, bitmaps, shapes, frames,
Timeline features and effects, scenes, or the entire movie (the document).
Transform, align, group, and ungroup objects; arrange objects; and break objects apart
Text
Format text
check spelling, and embed font
Commands
Reuse and manage saved commands.
Control
Control the playing of movies, test movies and scenes, access certain interactive functions, and mute sounds.
Debug
Debug ActionScript code.
Window
เปิดใช้งานแผงวัตถุต่าง ๆ
Help
เอกสารอธิบายการใช้งานโปรแกรม

6.      การขอความช่วยเหลือใน Flash
กด F1
7.      ประวัติความเป็นมาของ Flash
เดิมทีนั้น flash เป็นโปรแกรมเล็กๆตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสำหรับทำอนิเมชั่น สำหรับบนเว็บไซต์เท่านั้น ยังไม่มีการเขียนโปรแกรมใดๆดังสิ้น โดยโปรแกรมที่ว่านั้นชื่อว่า FutureSplash Animator ลักษณะของโปรแกรมเน้นไปที่เส้นชนิด เว็คเตอร์ (Vector) ซึ่งจะต่างกับภาพประเภท pixel ก็คือ ภาพพิกเซลนั้นเมื่อขยายจะทำให้ภาพแตกได้ แต่สำหรับกราฟฟิคประเภทเวคเตอร์นั้นจะไม่เนื่องจากว่า เส้นต่างๆ เกิดจากการคำนวณเป็นหลัก  หลังจากนั้นเมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ ณ ขณะนั้นอย่าง Macromedia เริ่มเล็งเห็นความสำคัญจึงได้ทำการติดต่อกันไป และได้ปล่อยออกมาด้วยชื่อใหม่ที่ใช้จนปัจจุบันในนาม flash  (สมัยก่อนนั้น ส่วนใหญ่จะนิยมใช้โปรแกรม director โดยมี player ชื่อว่า shockwave player และภาษาที่ใช้เขียนคือภาษาlingo ซึ่งปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมน้อยลง เนื่องจาก flash สามารถทำอะไรได้มากขึ้น)
FutureSplash Animator (10 เมษายน 1996): เวอร์ชั่นเริ่มต้นของ flash ซึ่งประกอบด้วยเครื่องพื้นแก้ไขพื้นฐาน และ ไทม์ไลน์ (timeline)
               Macromedia Flash 1 (พฤษจิกายน1996): แมคโครมีเดียเปลี่ยนแบรนด์ใหม่สำหรับ FutrueSplash Animator เป็น Macromedia Flash 1
               Macromedia Flash 2 (มิถุนายน 1997): ปล่อย Flash Player 2 และเฟียเจอร์ใหม่ คือ object library
               Macromedia Flash 3 (พฤษภาคม 31, 1998): ปล่อย Flash Player 3 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่มูฟวี่คลิป, ใช้งานร่วมกับ จาวาสคริปต์ ปลั๊กอิน, การทำวัตถุโปร่งใส (transparency) และตัว stand alone player (ตัวที่ใช้เล่น flash เวลาเราเปิดไฟล์ swf)
               Macromedia Flash 4 (มิถุนายน 15, 1999): ปล่อย Flash Player 4 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ เรื่องของตัวแปร, อินพุตฟิลด์, ActionScriptและ การสตรีมมิ่งไฟล์ MP3  (ถือเป็นเวอร์ชั่นแรกๆที่คนเริ่มเขียนเกมและงานอินเตอร์แอคทีพต่างๆ จาก flash เวอร์ชั่นนี้แต่รูปแบบการเขียนโปรแกรมยังไม่ถือว่าสมบูรณ์สักเท่าไรนัก อาทิเช่นการทำลูปบางครั้งก็ต้องใช้การเล่นเฟรมวน)
               Macromedia Flash 5 (August 24, 2000): ปล่อย Flash Player 5 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ActionScript 1.0 (ยึดพื้นฐานของECMAScriptโดยมีลักษณะของภาษาคล้างคลึงกับ จาวาสคริปต์), ซัพพอรต์XML, การสร้างSmartclips (เวอร์ชั่นหลังคือ คอมโพเนนต์ (components)), รูปแบบ text ชนิด HTML และ ไดนามิกซ์เทกซ์ (dynamic text, เป็นฟิลด์ที่สามารถควบคุมได้ด้วยActionScript)
              Macromedia Flash MX (เวอร์ชั่น6, 15 มีนาคม, 2002): ปล่อย Flash Player 6, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การรองรับ video codec (ชื่อ Sorenson Spark), คำสั่งวาดรูปเวคเตอร์ด้วย ActionScript (ActionScript vector drawing API)
              Macromedia Flash MX 2004 (เวอร์ชั่น7, 9 กันยายน, 2003): ปล่อย flash player 7, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ ActionScript 2.0 ซึ่งได้ทำการออกแบบสำหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (object oriented programming), behaviors, JSAPI, รองรับตัวอักษรชนิด alias, การสร้างอนิเมชั่นด้วย timeline effects, การจัดการเนื้อหาในรูปแบบของ slide พรีเซนต์ เช่นเดียวกับ PowerPoint, คอมโพเนนต์สำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ (รองรับ MP3 และไฟล์วิดีโอแฟลชนามสกุล FLV), คอมโพเนนต์จัดการข้มูลเช่น DataSet, XMLConnector, Web, ServicesConnector, XupdateResolver, อื่นๆ) Apiสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูล, พาเนลโปรเจกต์ (สำหรับแบ่งไฟล์ต่างๆเป็นหมวดหมู่) components เวอร์ชั่น2 และคลาสสำหรับการเคลื่อนที่ (Transition class libraries)
ป.ล.เนื่องจากเวอร์ชั่นนี้ ออกมาหลังจากเวอร์ชั่นMX ไม่นานมากนักและค่อนข้างอืดในการทำงานพอสมควร หลายๆคนจึงนิยมใช้ MX แล้วข้ามไปใช้เวอร์ชั่น8 ทีเดียวก็มี
            Macromedia Flash 8 (13 กันยายน, 2005): Macromedia Flash Basic 8, มีเฟียเจอร์ใหม่คือเครื่องมือ flash ที่เน้นไปสำหรับกลุ่มคนใช้งานใหม่ที่ต้องการทำแค่การวารูปพื้นฐานง่ายๆหรืออนิเมชั่นและการอินเตอร์แอพทีพแบบง่ายๆ, ปล่อย Flash Player 8, โดยเวอร์ชั่นนี้มีข้อจำกัดในการซัพพอรต์ไฟล์วิดีโอ และกราฟฟิคระดับสูงและอนิเมชั่นเอฟเฟคต่างๆ , สำหรับอีกเวอร์ชั่นคือ Macromedia Flash 8 Professional นั้น ได้เพิ่มเฟียเจอร์ที่ดีกว่า ในเรื่องของคุณภาพ วิดีโอและการสร้างงานสำหรับมือถือ โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ (Filters) และ เบรนด์โหมด (blend modes) , การควบคุมความเร่งของการเคลื่อนที่แบบต่างๆสำหรับอนิเมชั่น (easing control), คุณสมบัติประเภท stroke (caps and joins) , โหมดการวาดแบบเชิงวัตถุ, การเก็บแคชภาพในรูปแบบของบิตแมพ (เพื่อความเร็วในการประมวลผล), ตัวอักษรในรูปแบบ anti-aliasing, วิดีโอ codec ใหม่ชื่อ On2 VP6, รองรับรูปแบบ วิดีโอที่พื้นหลังโปร่งใส (ถ่ายจากกรีนสกรีน หรือบรูสกรีน แล้วนำมาใส่เอฟเฟกต์พื้นหลัง),ตัวโปรแกรมแปลงและนำเข้าวิดีโอ ซึ่งแยกเดี่ยวๆมาต่างหาก, รองรับการจัด cue point สำหรับ FLV (เพิ่มจุดแต่ละช่วงวิดีโอที่สามารถควบคุมด้วยสคริปต์ได้), คอมโพเนนต์ระดับสูง สำหรับการควบคุมวิดีโอและตัวจำลองโปรแกรมบนอุปกรณ์มือถือแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น
สำหรับเวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์และใช้งานกันยาวนานพ อสมควรและถือว่าเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายสำหรับ Macromedia ก่อนที่จะถูกคู่แข่งที่แข่งกันมานานอย่าง adobe เทคโอเวอร์บริษัทไปซึ่งก็ขัดใจหลายๆคนที่ไม่ค่อยชอบ adobe สักเท่าไรนักแต่ถ้าในแง่ของผู้ใช้งาน ก็ถือว่ามีหลายๆเรื่องดีขึ้นทีเดียวอย่างเช่นการอิมพอรต์งานข้ามโปรแกรมกันได้ โดยเวอร์ชั่นนั้นคือ
             Adobe Flash CS3 Professional (เวอร์ชั่น  9, 16 เมษายน, 2007): Flash CS3 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นที่อยู่ภายใต้ชื่อของ adobe. เฟียเจอร์ของ CS3 นั้นได้แก่การรองรับภาษา ActionScript 3.0 ที่หลายๆคนหลงรักและหลายคนเบือนหน้าหนีเนื่องจากมีการเขียนที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะจากเดิมมากทีเดียว , การแปลงแอพพริเคชั่นทั้งชิ้นไปเป็นรูปแบบ ActionScript, การใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นของ Adobe ได้ดีขึ้นอย่างเช่นAdobe Photoshop และ มีการวาดแบบเวคเตอร์ที่ดีขึ้น, มีหลายๆส่วนใกล้เคียงกับ Adobe Illustrator และ Adobe Fireworks มากขึ้น
หมายเหตุ ถ้าพัฒนางานด้วย flash cs3  หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้เซฟกลับไปเป็นเวอร์ชั่น8 เนื่องจากความเร็วในการรันสคริปต์อาจไม่เท่ากันและอาจทำให้เกิดผลกระทบกับโปรแกรมที่เขียนได้
            Adobe Flash CS4 Professional (เวอร์ชั่น  10, 15 ตุลาคม, 2008): เพิ่มการใส่กระดูกให้วัตถุได้, ควบคุมวัตถุด้วย 3D แบบพื้นฐานได้แอนิเมชั่นเชิงวัตถุ, เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตัวอักษรมากขึ้น, พัฒนาส่วนเพิ่มเติมสำหรับActionScript 3.0  โดย CS4 นั้นช่วยให้นักพัฒนาทั้งหลายสามารถสร้างแอนิเมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ด้วยเฟียเจอร์ต่างๆที่ไม่มีในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้
              สำหรับปัจจุบันนี้ (2009) ถือว่า flash ได้พัฒนามากพอสมควร โดยภาษา ActionScript 3.0 นั้น Adobe ได้ตั้งใจไว้ให้เป็นภาษาหลัก และได้แข่งกับ Microsoft ที่จะยึดภาษาของตัวเองเป็นมาตรฐานสำหรับ ECMAScriptเวอร์ชั่นถัดไปกันทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า Microsoft จะชนะไปในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ทาง Adobe ก็ได้ประกาศว่าทางตัวเองก็จะยึดมั่นแนวทางของตัวเองโดยปรับภาษาของตัวเองให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลไป   (ทาง Microsoft มี software ที่ออกมาแข่งกับ flash นามว่า Silver light)
            นอกจากนี้ไฟล์แฟลชนั้นไม่ถูกเพียงสร้างขึ้นด้วยโปรแกรม flash อีกต่อไปมีอีกหลายโปรแกรมที่สามารถพัฒนาได้เช่นกัน อาทิ flex เป็นต้นที่ไม่เน้นการสร้างแอนิเมชั่นด้วยไทม์ไลน์แบบ flash สักเท่าไรนักเน้นเขียนโปรแกรมควบคุมเป็นหลักด้วย ActionScript 3.0 โดยปัจจุบันก็ออกมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น Flash Builder 4 แทน
              แต่ถึงแม้ว่าจะมี ActionScript 3.0 แล้วก็ตาม แต่ ActionScript 2.0 ก็ยังไม่ได้ตายซะทีเดียวเนื่องจากว่ามีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายและสะดวกและทำความเข้าใจสำหรับ designer ต่างๆได้ไม่ยากในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานควมคุมอนิเมชั่นง่ายๆฉะนั้นการจะเลือกใช้ภาษาไหนขึ้นอยู่กับสโคปเนื้อหาของงานและความสะดวกของตัวผู้ใช้เป็นหลัก

เกล็ดความรู้เพิ่มเติม
- flash บนมือถือนั้น จะเรียกว่า flash lite โดยมือถือจะเล่นได้ต้องมี flash lite player ซึ่งบางรุ่นก็ต้องดาวน์โหลดเอง บางรุ่นก็แถมมาให้เลยนอกจากนี้ต้องดูด้วยว่า player นั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไร เนื่องจากถ้าเป็น flash lite 1.0 จะต้องเขียน ActionScriptรูปแบบเดียวกับ flash 4 นั่นเอง ส่วน flash liteเวอร์ชั่นหลังๆ ก็จะสามารถทำงานได้เหมือน flash player บน pc โดยคำสั่งนั้นอาจจะน้อยกว่าในเวอร์ชั่นpc เท่าที่ระบบมือถือจะรองรับได้นอกจากนี้การพัฒนางานบนมือถือต้องใส่ใจเรื่องเมมโมรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดอีกด้วย
- ActionScriptเรียกย่อๆว่า AS หรือ as
- Flash เขียนเป็นภาษาไทยว่า แฟลช ไม่ใช่ แฟรช

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทที่ 4 การใส่เอฟเฟ็กให้กับงานพรีเซนต์เตชั่น


ใส่ เอฟเฟ็กต์ในการเปลี่ยนแผ่นสไลด์ เทคนิคหนึ่งที่ทำให้งานนำเสนอดูเป็นมืออาชีพ คือ การใส่ลูกเล่นในขณะเปลี่ยนแผ่นสไลด์จากแผ่นหนึ่งไปอีกแผ่นหนึ่ง เราเรียกลูกเล่นในขณะเปลี่ยนแผ่นสไลด์นี้ว่า การเปลี่ยนภาพ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่มมุมมองเรียงลำดับภาพนิ่ง
2. คลิกปุ่มการเปลี่ยนภาพนิ่ง
3. คลิกเลือกสไลด์ที่ต้องการ
4. คลิกเลือกรูปแบบการเปลี่ยนสไลด์
5. ระบุความเร็วการเปลี่ยนสไลด์
6. คลิกเลือกเพื่อ  ใส่เสียงประกอบ
7. ระบุการจัดฉายสไลด์ถัดไปแบบใด
8. คลิกเลือกนำไปใช้กับภาพนิ่งทั้งหมด


ใส่ เอฟเฟ็กต์  ให้กับวัตถุที่สร้างขึ้นในสไลด์ นอกจากจะใส่เอฟเฟ็กต์ตอนเปลี่ยนสไลด์แล้ว ยังอาจใส่ เอฟเฟ็กต์ ให้กับข้อความ หรือส่วนประกอบต่าง ๆ
ที่เรียกว่า ออบเจ็ค ภายในสไลด์ได้ โดยขณะฉายสไลด์แทนที่ข้อความจะแสดงมาพร้อมกันทีเดียว เราก็
กำหนดให้แสดงที่ละส่วนตามความต้องการ มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่มมุมมองปกติ
2. คลิกออกแบบ
3. คลิกโครงร่างการเคลื่อนไหว
4. คลิกเลือกสไลด์
5. เลือกแบบการเคลื่อนไหว
6. คลิกให้มีผลกับทุกสไลด์ (นำไปใช้กับภาพนิ่งทั้งหมด)
7. คลิกเพื่อแสดงตัวอย่าง (เล่น)


การเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง การแทรกการเคลื่อนไหวให้กับงานนำเสนอ เมื่อเราจัดวางข้อความและรูปภาพต่าง ๆ ตามต้องการแล้วการแทรกลักษณะการเคลื่อนไหวให้กับงานนำเสนอเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ช่วยให้งานนำเสนอดูน่าสนใจ มีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวาที่ ข้อความ > เลือกคำสั่ง การเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง
2. สังเกตที่บานหน้าต่างงาน คลิกปุ่ม เพิ่มลักษณะพิเศษ เราสามารถเลือกลักษณะพิเศษตามต้องการ
3. ปรับแต่งคุณสมบัติของการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ  ตามความต้องการ
4. เมื่อแทรกการเคลื่อนไหวของภาพครบแล้ว เราสามารถทดสอบการนำเสนออย่างคร่าว ๆ ได้โดยคลิกที่ปุ่ม เล่น หมายเลขที่ปรากฏขึ้น หมายถึง ลำดับการนำเสนอของวัตถุของสไลด์นั้น ๆ

บทที่ 3 การสร้างงานนำเสนอ

         การสร้างงานนำเสนอชิ้นใหม่ด้วยโปรแกรม PowerPoint 2003   มีอยู่   3   วิธี   คือ
 
วิธีที่ 1 สร้างงานนำเสนอด้วยงานนำเสนอเปล่า ( Blank Presentation)

 วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างงานนำเสนอด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ต้องการให้ Microsoft  PowerPoint  2003แนะนำอะไรทั้งนั้นเรียกว่า ต้องการพึ่งลำแข้งของตนเพียงอย่างเดียว หากเลือกวิธีนี้เราจะต้องทำอะไรหลายต่อหลายอย่าง เช่น  ต้องกำหนดข้อความในแต่ละสไลด์  ลักษณะพื้นสไลด2.  จะปรากฎแถบเครื่องมืองานนำเสนอใหม่ (New Presentation)์   
เลือกสีและขนาดตัวอักษรให้เหมาะสม  ฯลฯ
  ขั้นตอนการสร้างงานนำเสนอเปล่าดังนี้ 1.  คลิกที่คำสั่ง แฟ้ม(File) >    สร้าง (New)
2.  จะปรากฎแถบเครื่องมืองานนำเสนอใหม่ (New Presentation)
3.  คลิกเลือกงานนำเสนอเปล่า (ฺBlank Presentation)ร้างงานนำเสนอได้

    
4.  จะปรากฎงานนำเสนอและแถบเครื่องมือเค้าโครงสไลด์ (Slide Layout)

5.  เลือกแบบการจัดวางข้อความ (slide Layout)
6.  พิมพ์ข้อมูลที่เตรียมไว้ลงในช่องตามที่ลือกไว้

บทที่ 2 รู้จักกับโปรแกรม PowePoint


 
 
การเรียกใช้โปรแกรม PowerPoint ก็คล้ายๆกับโปรแกรมอื่นๆของ Microsoft โดยมีวิธีการดังนี้
 
 
 
เครื่องมือพื้นฐานส่วนใหญ่ของโปรแกรม PowerPoint นั้นก็จะเหมือนกับโปรแกรมอื่นๆในชุด Office 2003
 
แนะนำแถบเครื่องมือ Standard ( มาตรฐาน )
 
 
แถบเครื่องมือ Standard ( มาตรฐาน ) ประกอบด้วยปุ่มที่ใช่บ่อยๆดังนี้
 
 
แนะนำแถบเครื่องมือ Formatting ( จัดรูปแบบ )
 
 
แถบเครื่องมือจัดรูปแบบ ประกอบด้วยปุ่มที่เกี่ยวกับการจัดรูปแบบตัวอักษรหรือย่อหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
 
 
การเรียกใช้โปรแกรม PowerPoint ก็คล้ายๆกับโปรแกรมอื่นๆของ Microsoft โดยมีวิธีการดังนี้
 
 
 
เครื่องมือพื้นฐานส่วนใหญ่ของโปรแกรม PowerPoint นั้นก็จะเหมือนกับโปรแกรมอื่นๆในชุด Office 2003
 
แนะนำแถบเครื่องมือ Standard ( มาตรฐาน )
 
 
 

Microsoft PowerPoint คืออะไร

MS PowerPoint 2007
โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007 เป็นโปรแกรมหนึ่งในตระกูล Microsoft Office เหมาะสำหรับการจัดสร้างงานนำเสนอข้อมูล (Presentation) สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น การนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการ การจัดทำ Slide Show การออกแบบแผ่นพับ เป็นต้น

หลักการทำงานของ PowerPoint

Basic PowerPoint

สำหรับ หลักการทำงานของ Presentation ที่สร้างจาก PowerPoint จะสร้างออกเป็น slide ย่อยๆ แต่ละ slide สามารถใส่ข้อมูล รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว หรือเสียง เพื่อสร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดให้ Presentation ของเรา นำเสนอออกมาแบบในรูปแบบอัตโนมัติได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการกดเลือกให้แสดงทีละ slide
ก่อนเริ่มต้นสร้าง Presentation ควรกำหนดรูปแบบของ Presentation ของเราก่อนว่า ต้องการให้แสดงออกในรูปแบบใด เช่น ต้องการให้ส่วนด้านบน แสดงเป็นชื่อหัวข้อ ด้านล่างเป็นชื่อบริษัท และฉากหลังให้แสดงเป็นสีน้ำเงิน เป็นต้น แต่ถ้ายังคิดไม่ออก สามารถเลือกรูปแบบจาก ตัวอย่าง Themes (เวอร์ชั่นเก่าเรียกว่า Template) ที่โปรแกรมมีไว้ให้ได้ เช่นเดียวกัน

สรุปความสามารถพื้นฐานของ PowerPoint 2007

  • สำหรับนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ ข้อความ รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว
  • สามารถตกแต่งตัวอักษรให้สวยๆ ด้วย?WordArt ที่พิเศษกว่า PowerPoint 2003?
  • การทำงานจะแบ่งออกเป็นหน้าๆ แต่ละหน้าเรียกว่า Slide (คลิกแท็ปเมนู Home เลือก New Slide)
  • การสร้างจะมี Slide Layout ช่วยในการออกแบบและใส่ข้อมูล? (คลิกแท็ปเมนู Home เลือก Layout)
  • รูปแบบหรือ Themes จะมี Design สำหรับรูป ช่วยให้สร้าง Presentation ได้สะดวกมากขึ้น (คลิกแท็ปเมนู Design)
  • รองรับไฟล์ข้อมูลประเภทต่างๆ เช่น ตารางจาก Microsoft Excel เป็นต้น
  • รองรับภาพเคลื่อนไหวเช่น? Flash, Gif Animation, Video เป็นต้น
  • สามารถสั่งรันแบบอัตโนมัติได้
  • สามารถสั่งพิมพ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น พิมพ์แบบ Slide, Handout เป็นต้น
  • ไฟล์ที่จะสร้างจาก Powerpoint 2007 มีนามสกุล .PPTX ถ้าเป็นเวอร์ชั่นเก่า จะมีนามสกุล .PPT
  • ถ้าไฟล์ที่สร้างเป็นไฟล์ .PPSX จะสามารถรับ Presentation แบบอัตโนมัติได้
?

บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นในการใช้สื่อผสม

บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมสื่อประสม

สื่อประสม

สื่อประสม (Multimedia) หมายถึง การนำเอาสื่อการสอนหลายอย่างมากกว่า 2 ชนิดขึ้นไปมาสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกัน และมีคุณค่าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันของเนื้อหา สื่อประสม (Multimedia) หมายรวมถึง การรวมสื่อต่าง ๆ ซึ่งสามารถหรือแสดงในรูปของตัวอักษร เสียง รูปและภาพเคลื่อนไหวเข้าด้วยกันเป็นสื่อเดียว สื่อประสมได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้คือ
  • สื่อประสมแบบบรรจุแพกเกจ เช่น ซีดี-รอม และเกมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • สื่อประสมชนิดเครือข่าย เช่น ระบบปฏิบัติงานกลุ่ม (groupware) เคเบิลทีวี หรือ ทางด่วนข้อมูล เป็นต้น
  • สื่อประสมแบบมหรสพ เช่น เกมส์สื่อประสมในสวนสนุก เป็นต้น
ในอนาคตจะมีการนำสื่อประสมมาใช้หลายด้าน เช่น ทางด้านการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ และนำภาพโสตทัศนต่าง มาสู่ห้องเรียน ทำให้นักเรียนเกิดความเพลิดเพลิน และสร้างแรงจูงใจต่อการเรียนได้อย่างมีประสิทธิผล หรือมีการลงคู่มือการใช้และการซ่อมแซม ลงบนอินเตอร์เน็ต หรือซีดี-รอม ส่วนหนึ่งที่ต้องมีการพัฒนาก็คือ โทรทัศน์ปฏิสัมพันธ์ ซึ่งมีมากกว่า 500 ช่อง ซึ่งควบคุมโดยชิปของคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในโทรศัพท์ ซึ่งจะมีท่อลำเลียงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ของผู้ใช้ที่แสดงเป็นวิดีทัศน์ ผู้ใช้สามารถกดปุ่มดูการแสดงเฉพาะบางช่วงหรือเน้นเฉพาะจุด และสามารถปฏิสัมพันธ์กับ story line และสามารถตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรายการแสดงตอนจบได้
การเลือกสื่อประสม สื่อที่เรานำมาใช้ในชุดสื่อการสอนแบบสื่อประสมมักตะประกอบด้วย เอกสารการสอน แผนภูมิ หุ่นจำลอง ชุดแผ่นโปร่งใส สไลด์และ เทปเสียง ฟิล์มสตริป บทเรียนสำเร็จรูป ภาพยนตร์ วีดีทัศน์ ชุดบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งสื่อประสมแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ ตามพัฒนาการเรียนรู้ของกลุ่ม หรืของแต่ละบุคคล ที่แน่นอนคือสื่อประสมหลายอย่าง ย่อมช่วยให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิ์ภาพมากกว่าสื่อประเภทเดียว





ประวัติส่วนตัว

ชื่อ-สกุล นายณัฐวรระก์  การบุรุษ
ชื่อเล่น ป๊อดคุง
วัน เดือน ปีเกิด 21 กุมภาพันธื 2535
ภูมิลำเนา 197 หมู่ที่ 2 บ้านดคกมั่งงอย ตำบลดคกมั่งงอย อำเภอนคอนสวรรคื จังหวัดชัยภูมิ 3.6040
E-mail. nuttawatpodkung@gmail.com
Tel.088-4815538
คติประจำใจ: ทำวันนี้ให้ดี เพื่ออนาคตที่สดใส
บทความประทับใจ: เพื่อนเรารักเธอวะ
IDOL: พ่อ แม่ ยาย